ภัยเงียบจากสเตียรอยด์ (Steroids)

ปัจจุบัน สเตียรอยด์ถูกนำมาในครีมบำรุงผิวและเครื่องสำอางมากขึ้น เพราะเห็นผลรวดเร็ว แต่ต้องอยู่ภายใต้การดูแลของของแพทย์เท่านั้น เพราะเป็นสารที่ค่อนข้างอันตราย

หลายท่านใช้ครีมบำรุงผิวและเครื่องสำอาง โดยไม่ทราบว่ามีสเตียรอยด์แอบผสมอยู่ในครีมเรียบร้อยแล้ว พอหยุดใช้ครีมดังกล่าว สิว (ที่มักเรียกกันว่า สิวสเตียรอยด์) ผื่นแดง ก็ขึ้นทั่วใบหน้า ผิวหน้าแพ้ง่าย โดยไม่ทราบว่าเกิดจากอะไร???

บางท่าน มีอาการแพ้สเตียรอยด์ทันทีเช่น ตาบวม ผื่นคันลุกลามทั่วทั้งตัวเลย ผิวหน้ากลายเป็นผิวที่แพ้ง่ายโดนทันที

สารสเตียรอยด์เราพบมากที่สุดในพวก ครีมรักษาสิว และ ครีมหน้าขาวทั้งหลาย

การสังเกตผลิตภัณฑ์ที่มีสเตียรอยด์ง่ายๆ คือเมื่อทาผิวหน้าแล้ว ผิวหน้าของคุณที่มีปัญหาจะหายไปเร็วมาก หน้าจะขาวทันที (อย่างไม่เป็นธรรมชาติ) และสารสเตียรอยด์เหล่านี้จะใช้เวลาในการสะสมอยู่ในผิวเป็นเดือน หรือบางรายก็เป็นปีถึงจะแสดงอาการ

พอหยุดใช้ไม่ได้ทา หันไปใช้ครีมยี่ห้อ แล้วสิวขึ้น ผดขึ้น (จากการหยุดสเตียรอยด์) ก็จะโทษว่าแพ้ครีมตัวนั้น ทั้งที่จริงแล้วต้องพักหน้าจากการใช้สเตียรอยด์ซักพักใหญ่ๆ ถึงจะเริ่มใช้ครีมตัวใหม่ได้

อาการของคนที่เป็นแพ้สเตียรอยด์ และ ติดสเตียรอยด์

  1. ผด ผื่น จะขึ้นง่ายมาก
  2. เป็นสิวผด เป็นปื้นๆ
  3. ผิวแดง เหมือนแพ้อะไรมา
  4. มีอาการคัน
  5. ผิวบาง และแพ้ง่ายโดนอะไรนิดอะไรหน่อยก็แพ้
  6. สิวจะเป็นเม็ดแดงๆ ขึ้นกระจายทั่วทั้งหน้า หรือเป็นกระจุกบริเวณใดบริเวณหนึ่ง แต่จะขึ้นเยอะมากบริเวณที่ทาครีมหรือยาที่มีสเตียรอยด์บริเวณนั้นเยอะ
  7. สิวอุดตันที่ขึ้นมา กดออกมาจะมีกลิ่น หรืไม่มีกลิ่นแต่ให้สังเกตว่าสิวอุดตันจะแดง
  8. สิวอักเสบที่มีเม็ดจะใหญ่และเจ็บ และไม่มีหัว จะเป็นอักเสบหัวแดง กว่าจะยุบก็ใช้เวลานาน
  9. สิวจะขึ้นเห่อ
  10. สำหรับคนผิวมัน หน้าจะมันขึ้น หลังหยุดใช้สเตียรอยด์
  11. ผิวจะดูเหี่ยวเร็วขึ้น เพราะสเตียรอยด์จะเข้าไปทำลายการสร้างคอลลาเจนในชั้นผิว ทำให้หน้าหมองคล้ำได้ ผิวขาดความชุ่มชื้น

ขั้นตอนในการดูแลตนเองสำหรับผู้ที่แพ้สเตียรอยด์

  1. ค่อยๆลดการใช้ยา หรือครีม ที่มีส่วนผสมของสเตียรอยด์
  2. พักผิวหน้าซักพัก สำหรับผู้ที่แพ้หนักๆ หรือมีผื่น แสบแดงคันร่วม ควรเน้นฟื้นฟูผิวก่อน งดใช้กลุ่มรักษาสิว และงดกลุ่มไวเทนนิ่งทุกชนิด
  3. ทานน้ำเปล่าเยอะๆ เพื่อล้างสารเคมีที่ตกค้างในกระแสเลือด และในผิวออกให้มากที่สุด
  4. นอนให้เพียงพอ วันละ 6-8 ชั่งโมงเรื่องนี้สำคัญมากสำหรับคนที่เป็นสิว
  5. งดอาหาร รสจัดทุกชนิด เค็ม เปรี้ยว หวาน เผ็ด มัน
  6. ดีท๊อกผิวด้วยวิธีธรรมชาติ อย่างน้อย 3 เดือน

Peptide Volume Essene by Dr.Pepti+ สินค้าผลิตจากประเทศเกาหลี (Made in Korea) จากสารสกัดธรรมชาติ ไม่มีส่วนผสมของสารที่เป็นอันตรายต่อผิว ผ่าน อย. (FDA) ทั้งที่ประเทศเกาหลี อเมริกาและไทย ด้วยยอดกว่า 1,000,000 ขวดเพียง 1 ปี หลังเปิดตัว พบการเปลี่ยนของผิวอย่างมีประสิทธิภาพ ภายใน 3 วันหลังการใช้ ด้วย 4 รางวัลผลิตภัณฑ์ยอดเยี่ยมเป็นเครื่องยืนยันคุณภาพ